ภารกิจผู้บังคับบัญชา




โฆษก ตร. ย้ำ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบผู้กระทำ “ความผิดซึ่งหน้า” สามารถตรวจค้น และจับกุมได้ทันที !! “โดยไม่ต้องมีหมายจับ-หมายค้น” 8 ม.ค.65 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งมีเหตุข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่สถานที่เกิดเหตุ ได้พยายามขึ้นไปตรวจสอบห้องที่เกิดเหตุ เพื่อระงับเหตุและจับกุมคนร้าย แต่ทางเจ้าหน้าที่คอนโดมิเนียมอ้างว่าไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปตรวจสอบได้ เพราะเป็นกฎระเบียบของทางคอนโดมิเนียมที่ต้องมีหมายค้น จึงจะสามารถอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบ นั้น พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า อยากขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากพบผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจค้น จับกุม ผู้กระทำความผิด โดยไม่ต้องมีหมายจับ หรือหมายค้น ดังที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ดังนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งของศาลนั้นไม่ได้ เว้นแต่ (1) เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้าดังได้บัญญัติไว้ในมาตรา 80 (2) เมื่อพบบุคคลโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด (3) เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับบุคคลนั้นตาม มาตรา 66 (2) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้ (4) เป็นการจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหว่างถูกปล่อยตัวชั่วคราวตาม มาตรา 117 มาตรา 80 ที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้านั้น ได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำหรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ อย่างไรก็ดี ความผิดอาญาดังระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ ให้ถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้าในกรณีดังนี้ (1) เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดังผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ (2) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระทำผิดในถิ่นแถวใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้นและมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำผิด หรือมีเครื่องมือ อาวุธหรือวัตถุอย่างอื่นอันสันนิษฐานได้ว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือมีร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของผู้นั้น มาตรา 92 ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของศาล เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐาน หรือมีเสียงหรือพฤติการณ์อื่นใด อันแสดงได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐานนั้น (2) เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน (3) เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่า ได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น (4) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อน หรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน (5) เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับตามมาตรา 78 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกท่าน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหากท่านพบเห็นการกระทำความผิด ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้ท่าน หรือ โทร.สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ที่มาของข้อมูล :: https://www.facebook.com/220067384836532/posts/2082034335306485/