ภาระกิจผู้บังคับบัญชา


ยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 20 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ​​ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆ และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ ​​สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.ชนะสงคราม โดยมีผลการปฏิบัติ ที่สำคัญ ดังนี้ ​1.ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 75 เป้าหมาย ทั่วประเทศ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 72 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ ​​1) จับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 11 ราย (สัญชาติเมียนมา 3 ราย, อินเดีย 1 ราย, เยอรมัน 1 ราย, ออสเตรเลีย 1 ราย, มาเลเซีย 1 ราย, อุซเบกิซสถาน 1 ราย, ฟินแลนด์ 1 ราย, เซอร์เบีย 1 ราย, รัสเซีย 1 ราย) อันดับที่ 1 Miss Irina Mesheryakova อายุ 40 ปี​​สัญชาติอุซเบกิซสถาน​2,002 วัน (ชลบุรี) อันดับที่ 2 Mr.Tynkkyen Marko Samuel อายุ 39 ปี​สัญชาติฟินแลนด์​1,101 วัน (อุดรธานี) อันดับที่ 3 Mr. Shivdayal Mahi Tiwari อายุ 33 ปี​​สัญชาติอินเดีย​​1,057 วัน (กรุงเทพฯ) ​​2) จับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 46 ราย (สัญชาติเมียนมา 23 ราย, อินเดีย 9 ราย, กัมพูชา 7 ราย, ลาว 5 ราย, เวียดนาม 2 ราย) ​​3) จับกุมข้อหาอื่นๆ จำนวน 15 ราย (สัญชาติเมียนมา 10 ราย, ไทย 3 ราย, ไนจีเรีย 1 ราย) ​ในการตรวจสอบครั้งนี้ ได้ทำการตรวจสอบเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 75 เป้าหมาย แบ่งเป็นเป้าหมาย โรงเรียนนานาชาติ 3 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 2 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 13 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ จำนวน 57 เป้าหมาย ​รวมยุทธการ 34 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 4,159 เป้าหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทั้งหมด 1,904 ราย

ที่มาของข้อมูล :: https://www.facebook.com/338898239526163/posts/1844329395649699/